posted on 29 Nov 2007 12:58 by poolink112
สวรรค์ของเราคือมหาลัยของเรา ใกล้จบล่ะคิดถึงจัง
ฐานล่างประกอบด้วยพระปณิธาน
"ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วน ตัวเปนที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อมนุษย์ เปนกิจที่หนึ่ง
ลาภทรัพย์และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพย์ ไว้ให้บริสุทธิ"
ภาพดอกศรีตรัง ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยฯ
ตึกฟึกทอง (อาคารเรียนรวม)
หอปูเอง สวยป่ะริมอ่างน้ำ มอ.
นี้แหละอ่างน้ำ มอ. แหล่งรวมคนสุขภาพดี แหล่งออกกำลังการวิ่งจอกกิ้ง
อาคารเรียนคณะทันตะ
พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร
รักจริงๆ มหาลัยนี้ 5555
posted on 29 Nov 2007 10:53 by poolink112
History
RFID ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ เพราะกองทัพอเมริกันใช้เทคโนโลยีนี้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อช่วยเครื่องบินค้นหาอากาศยานพันธมิตรในเรดาร์ โดยใช้สัญญาณวิทยุเข้ารหัส เพื่อระบุว่าเครื่องบินที่บินผ่านน่านฟ้าว่าเป็นของฝ่ายเดียวกันหรือฝ่ายศัตรู (IFF – Identification of Friend or Foe) เมื่อมีการประดิษฐ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก ก็เริ่มประยุกต์ใช้ทางพลเรือน เริ่มจากการสร้าง RFID ใช้ฝังในสัตว์เลี้ยง ใช้ในด้านการควบคุมการเข้าออกของอาคารสถานที่ เพื่อใช้เปิดประตูด้วยบัตรอนุญาตและระบบเปิดต่างๆ ที่ไม่ใช้กุญแจ และใช้ในการขนส่ง
Watson-Watt ได้คิดโครงการลับเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการตรวจสอบเครื่องบินของประเทศอังกฤษว่าเป็นพันธมิตรหรือเป็นศัตรูขึ้น โดยการติด transmitter บนเครื่องบินแต่ละเครื่อง เมื่อมันได้รับสัญญาณจากสถานีส่งเรดาร์บนภาคพื้นดิน มันจะทำการกระจายสัญญาณกลับ เพื่อบอกว่าเครื่องบินเหล่านั้นเป็นพันธมิตร หลักการทำงานของ RFID ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับแนวคิดที่กล่าวมา โดยสัญญาณจะถูกส่งไปยัง transponder และเกิดการสะท้อนกลับของสัญญาณ เรียกว่า Passive System หรือเกิดการกระจายสัญญาณ เรียกว่า Active System
ในระหว่างปีคริสตศักราชที่ 1950 และ 1960 ได้มีการพัฒนาระบบการติดต่อแบบใช้เรดาร์และระบบการติดต่อแบบ RF (Radio Frequency) ขั้นสูง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่น, แถบประเทศยุโรป และสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาวิจัย และนำเสนอเพื่ออธิบายว่าเหตุใดพลังงานของ RF จึงสามารถใช้ในการตรวจสอบวัตถุที่อยู่ในระยะไกลได้ นอกจากนี้ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ก็เริ่มใช้คลื่นวิทยุในการตรวจสอบวัตถุว่าถูกคิดราคาแล้วหรือไม่ โดยการใช้ Electronic tags ที่แต่ละ tagมีความจำเท่ากับ 1 บิต ติดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ดังเช่นปัจจุบันนี้ เมื่อคิดราคาไปแล้ว หน่วยความจำที่เรียกว่า บิต (bit) จะถูกปิด ทำให้สามารถนำสินค้าออกไปได้ แต่ถ้ายังไม่ได้คิดราคา และนำสินค้าออกไป เครื่องอ่าน หรือ Readers จะตรวจพบ tag และส่งสัญญาณเตือน
ในปัจจุบัน ระบบตรวจสอบรหัสโดยใช้ความถี่วิทยุ (RFID) เป็นที่ยอมรับอย่างสูงว่า เป็นเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยต่อการใช้งานที่ต้องการการบ่งบอกความแตกต่างหรือข้อมูลจำเพาะของแต่ละบุคคล หรือระบุตัวสิ่งค้า ระบบRFID สามารถทำงานได้ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว และมีความเป็นอัตโนมัติกว่าระบบตรวจสอบรหัสในระบบอื่นๆ เช่น รหัสแบบแท่ง (Barcode) แต่เพราะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับระบบ RFID นี้ ยังมีราคาค่อนข้างแพง หลายบริษัทจึงไม่นำไปใช้ แต่บางบริษัทก้นำมาใช้งานควบคู่กับระบบบาร์โค้ดเหมือนกันกับบริษัท วิชุสินมาร์เก็ตติ้ง จำกัด
ส่วนประกอบของระบบ RFID
1. RFID Tag (ตัวเก็บข้อมูล)
2. reader เครื่องอ่าน tag
3. ตัวโปรแกรมที่ เขื่อมต่อ reader กับตัว tag
ภาพหลักการทำงานมีดังนี้
คร่าวหน้า new entry จะไม่เครียดมากล่ะ ทางทางหลักการเยอะไป 5555
edit @ 29 Nov 2007 11:21:35 by poo